ส้นเท้าแตก เปลือกกล้วยหอมช่วยได้

ส้นเท้าแตก เปลือกกล้วยหอมช่วยได้ ให้คุณใช้เปลือกกล้วยมาถูตรงบริเวณส้นเท้าที่แตก โดยให้ถูไปมาแล้วทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที และล้างออกด้วยน้ำสะอาด เสร็จแล้วก็เช็ดเท้าให้แห้งแล้วตามด้วยครีมบำรุงส้นเท้า ส้นเท้าแตก วิธีนี้ควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง หรือทำทุกวันติดต่อกันประมาณ 4-5 วัน เพราะกรดของผลไม้และสารอาหารในเปลือกกล้วยจะช่วยลอกผิวและสมานส้นเท้าที่แตกของคุณได้ หรือจะบดกล้วยหอมสุกหรือหัวหอมใหญ่ให้ละเอียด แล้วนำมาทาบริเวณส้นเท้าที่แตก จากนั้นใช้ผ้าพันไว้ ทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออก หรือจะทาด้วยน้ำมะนาวผสมดินสอพอง หรือถูด้วยสามส้มกับน้ำชุบสำลี หรือทายางจากต้นรักก็ได้ ส้นเท้าแตก.

ส้นเท้าแตก
ส้นเท้าแตก วิธีดูแลส้นเท้าแตก
ยางมะละกอก็ช่วยได้นะ ถ้าบ้านใครปลูกต้นมะละกออยู่ก็ให้หักก้านมะละกอมาซัก 2-3 ก้าน ตรงขั้วที่หักจะมียางมะละกอไหลออกมา ก็ให้เราใช้ยางนี้แหละมาทาบริเวณส้นเท้าที่แตกทุกคืนก่อนนอน รอยแตกบริเวณส้นเท้าก็จะค่อย ๆ จางหายไป
ต้มนมแล้วเติมน้ำมะนาวกับกลีเซอรีน พอเย็นแล้วให้นำมาใช้ทาส้นเท้าก่อนนอนและสวมถุงเท้าทับ
เพิ่มความอ่อนนุ่มให้กับเท้าด้วยกลีเซอรีนผสมน้ำกุหลาบ วิธีนี้จะเห็นผลชัดเจนเมื่อคุณทำเป็นประจำ
แว็กซ์เท้าด้วยพาราฟิน โดยการนำพาราฟินมาผสมกับน้ำมันเมล็ดมัสตาร์ด แล้วนำมาทาบริเวณส้นเท้าที่มีรอยแตก ทิ้งไว้ข้ามคืนแล้วล้างออกในตอนเช้า โดยให้ทำต่อเนื่องประมาณ 10-15 วัน แล้วจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
ในระหว่างการรักษาส้นเท้าแตก คุณต้องนวดทาครีมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นอยู่เสมอ รวมถึงการสวมใส่รองเท้าปิดส้นจนกว่าส้นเท้าแตกจะหาย ถ้าอยู่ในบ้านก็ให้สวมใส่รองเท้าสำหรับเดินในบ้าน และเวลานอนก็ให้ใส่ถุงเท้าเพื่อคงความชุ่มชื้น หากทำเป็นประจำจะช่วยทำให้ส้นเท้าของคุณหายจากอาการแตกได้เร็วขึ้น และยังช่วยทำให้ผิวเท้าของคุณเนียนนุ่มมากขึ้นอีกด้วย
สำหรับผู้ที่มีอาการหนักมากจนส้นเท้าแตกเป็นรอยเลือดและมีอาการเจ็บแสบ คุณควรรีบไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อทำการรักษาให้ตรงจุดทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้จนกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง โดยแพทย์อาจให้ยาลดการอักเสบและยาสำหรับทาเท้าทั่วไป
วิธีป้องกันส้นเท้าแตก
อย่าปล่อยให้ผิวแห้ง เพราะจะมีแนวโน้มทำให้ส้นเท้าของคุณแตกได้ง่ายขึ้น หลังอาบน้ำคุณควรหาครีมมานวดทาเท้าและส้นเท้า โดยให้เนื้อครีมซึมซาบเข้าสู่ผิวจนผิวชุ่มชื้น จะเลือกใช้เป็นครีม วาสลีน หรือมอยส์เจอไรเซอร์อะไรก็ได้ หลังจากทาครีมเสร็จและรอให้แห้งแล้ว ก็ให้สวมถุงเท้าหนา ๆ ทับไว้ทันทีเพื่อช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นไว้ หากทำเช่นนี้จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน
เมื่ออยู่บ้านคุณควรสวมใส่รองเท้าสำหรับเดินในบ้านทุกครั้ง (ในห้องน้ำก็ต้องใส่ด้วยละ เพราะบางครั้งพื้นห้องที่ไม่แห้งก็อาจเป็นน้ำผสมสบู่หรือน้ำยาซักผ้าอยู่บ้าง ซึ่งมันอาจจะกัดผิวได้) เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เท้าเย็นจนขาดความชุ่มชื้น และเป็นการช่วยลดการกระแทกของส้นเท้ากับพื้นที่มากจนเกินไป แต่ถ้าต้องเดินเท้าเปล่าบนพื้นเย็น ๆ คุณควรจะหาครีมมาทาบริเวณเท้าและส้นเท้าเสียก่อน
หลีกเลี่ยงการเดินด้วยเท้าเปล่า โดยไม่สวมใส่รองเท้าเป็นเวลานาน ๆ โดยเฉพาะบนพื้นปูนซีเมนต์ทั้งเย็นและร้อน เพราะจะทำให้ผิวหนังบริเวณส้นเท้าเริ่มขาดความยืดหยุ่น ผิวจะเริ่มหนาและแข็งขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ผิวหนังส่วนนี้แห้งและแตก เชื่อไหมว่าพื้นปูนร้อน ๆ แค่เดินผ่านแปปเดียวก็อาจทำให้ส้นเท้าของคุณแตกได้ง่าย ๆ
หลีกเลี่ยงการสวมใส่รองเท้าเปิดส้น เลือกสวมใส่รองเท้าให้มีขนาดพอดีกับเท้า เลือกรองเท้าชนิดที่มีบุพื้นรองเท้านุ่ม หรือไม่แข็งมากจนเกินไป ใส่แล้วรู้สึกสบายไม่รู้สึกคับอึดอัดก็เป็นอันใช้ได้
สวมใส่ถุงเท้าก่อนสวมรองเท้าถุงครั้ง เพื่อช่วยเพิ่มความนุ่มสบายให้กับเท้าของคุณ และสวมใส่ถุงเท้าเวลานอนเป็นประจำ เพื่อช่วยลดความสูญเสียความชุ่มชื้นในผิวหนัง ป้องกันการแห้งแตกของฝ่าเท้า
หลีกเลี่ยงการเดิน การวิ่ง การยืนเป็นเวลานาน ๆ หรือยืนบนพื้นที่แข็งกระด้าง เช่น พื้นปูนซีเมนต์ โดยเฉพาะผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก เพราะจะทำให้ส้นเท้าต้องรับภาระหนัก จนทำให้ส้นเท้าแตก
หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศเย็นมาก เช่น ที่ทำงานในห้องแอร์ เพราะจะทำให้ผิวคุณแห้งได้ง่าย แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ให้ทาครีมที่เท้าและส้นเท้ากันไว้ด้วย
หลีกเลี่ยงการปล่อยให้เท้าสัมผัสกับน้ำบ่อย ๆ หรือแช่เท้าในน้ำนาน ๆ เพราะจะทำให้เท้าสูญเสียความชุ่มชื้น
สวยจากภายใน เหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ส้นเท้าแตกมาจากการขาดความชุ่มชื้นของผิวหนัง การดื่มน้ำเป็นประจำในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นขึ้น และช่วยป้องกันไม่ให้ส้นเท้าของคุณแตกได้
สำหรับคนอ้วนหรือผู้ที่มีน้ำหนักมาก คุณควรหาวิธีการลดน้ำหนักและความอ้วน ซึ่งการลดน้ำหนักนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาส้นเท้าแตกได้แล้ว มันยังส่งผลทำให้รูปร่างของคุณดูดีขึ้น และช่วยลดอัตราการเกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ อันเกิดจากความอ้วนได้อีกด้วย ส้นเท้าแตก.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *