ปวดข้อเท้า โรคข้ออักเสบถือเป็นภาวะที่ร่างกายมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ปวดข้อเท้า โรคข้ออักเสบถือเป็นภาวะที่ร่างกายมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง โดยเฉพาะโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
ที่ควรต้องระวังเรื่องอาหารที่มีผลต่อการกระตุ้นสร้างแอนติบอดี­­­­­้ให้ม าก จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยออสโล ปวดข้อเท้า ในประเทศนอร์เวย์ เผยว่า คนป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องไม่ควรบริโภคอาหารที่จะทำให้­­­­­ร่าง กายกระตุ้นสร้างแอนติบอดี้มากเกินไป เช่น นมวัว ไข่ไก่ ปลาคอด เนื้อหมู ข้าวโพด ข้าวสาลี ส้ม ข้าวโอ๊ต ข้าวไรย์ เนื้อวัว และกาแฟ เพราะอาหารเหล่านี้จะไปกระตุ้นให้ร่างกายผลิตกรดไขมันไม่อิ่มตั­­­วอะราคิโดนิก (Arachidonic acid) ออกมามากขึ้น ทำให้อาการปวดข้อกำเริบหนักขึ้นได้ ปวดข้อเท้า.

ปวดข้อเท้า

ปวดข้อเท้า

พอกด้วยขิง

อย่างที่ได้บอกไว้แล้วในข้างต้นว่า ขิงมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ และบรรเทาอาการปวดข้อได้ แต่หากใครไม่ชอบจิบชาขิงก็สามารถนำขิงมาทำเป็นยาพอกก็ได้ การพอกขิงในบริเวณที่ปวดนั้น ขิงจะออกฤทธิ์โดยปล่อยสารสื่อนำประสาท P (substance P) ไปยังระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เรารู้สึกคลายปวดลง จากการทดลองในกลุ่มอาสาสมัครจำนวน 56 คนพบว่า ขิงช่วยบรรเทาอาการปวดในกลุ่มผู้ป่วยโรคกระดูกบางได้ถึงร้อยละ 55 และบรรเทาอาการปวดจากโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้ถึงร้อยละ 74

วิธีการทำสูตรยาพอกขิงง่าย ๆ คือปวดข้อเท้า

1. เลือกเหง้าขิงสดมีความหนาประมาณ 3 นิ้ว 1 เหง้า
2. ปอกเปลือกล้างให้สะอาด แล้วนำไปบดให้ละเอียด
3. นำขิงที่บดละเอียดดีแล้วไปผสมกับน้ำมันมะกอก คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน
4. จากนั้นนำไปพอกบริเวณที่รู้สึกปวด ห่อไว้ด้วยผ้าพันเคล็ด (ace bandage) หรือผ้ากอซทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างน้ำออก
5. ทำได้บ่อยครั้งจนกว่าอาการปวดจะทุเลาลง

เพิ่มเครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุนลงในอาหาร

เครื่องเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องบรรเทาอาการปวดนั้น ได้แก่ พริกชี้ฟ้า ขิง ขมิ้น มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการบวม และลดการหลั่งสารเคมีที่ทำให้รู้สึกปวด จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคข้ออักเสบ วิธีได้รับคุณค่าจากเครื่องเทศเหล่านี้ก็คือ ใส่เพิ่มในอาหารที่ทานเป็นประจำ หรือซื้อเป็นเครื่องปรุงรส เช่น ผงขมิ้น
พริกป่น และ ขิงผง เอาไว้เพิ่มรสชาติให้อาหารก็ได้

บำรุงร่างกายด้วยแคลเซียม

โรคปวดข้อรูมาตอยด์มีสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพกระดูกของเรา­­­­­ด้วย ดังนั้น ควรจะเพิ่มแคลเซียมให้ร่างกายจะได้ไม่เสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุนต­­ามมา ปริมาณแคลเซียมที่ร่างกายควรได้ต่อวัน คนทั่วไปประมาณวันละ 1,000 มิลลิกรัม แต่ผู้หญิงในช่วงวัยหมดประจำเดือน (อายุ 50-55 ปี) ควรรับประทานแคลเซียมวันละ 1,500 มิลลิกรัม โดยอาจเป็นการดื่มนม หรือรับประทานปลาตัวเล็กตัวน้อยทอดกรอบ กุ้งแห้ง กุ้งฝอย กะปิ เต้าหู้เหลือง กะหล่ำดอก หรือรับประทานยาเม็ดแคลเซียม เป็นต้น

6 ตัวช่วยคลายปวดใกล้ตัว ที่ไม่ควรละเลย

นอกเหนือจากอาหารการกินแล้ว ยังมีตัวช่วยบรรเทาอื่น ๆ ที่เราสามารถทำได้ทันทีเมื่อรู้สึกปวด หรือใครจะนำไปทำเป็นกิจกรรมประจำเลยก็ได้ทั้งนั้น มาดูกันว่าตัวช่วยคลายปวดที่หาได้ใกล้ตัวนี้จะเจ๋งแค่ไหนกัน

ประคบร้อน หรือ ประคบเย็น

หลายคนไม่รู้ว่า อาการปวดที่เกิดขึ้นกับเรานั้น ควรประคบร้อนหรือเย็นกันแน่ เรามีคำตอบให้หายสงสัยอยู่ตรงนี้แล้ว จากข้อมูลของศูนย์กายบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า การใช้ความร้อนและความเย็นนั้นสามารถลดอาการปวดในบริเวณต่างๆ ได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัย ดังนี้

สังเกตอาการปวดว่าเป็นแบบเฉียบพลัน หรือแบบเรื้อรัง

ประคบเย็น เมื่อได้รับการบาดเจ็บเฉียบพลัน มีอาการบวม
ประคบร้อน เมื่อมีอาการปวดเรื้อรังมานาน หรือเป็น ๆ หาย ๆ ความร้อนจะช่วยลดอาการตึงของกล้ามเนื้อ

โรคประจำตัว เพราะความร้อนและความเย็นล้วนมีผลต่ออาการของโรค

โรคความดันโลหิตสูง หากจำเป็นต้องประคบเย็น ต้องระมัดระวังที่สุด เพราะความเย็นอาจมีผลต่อการหดตัวของหลอดเลือดส่วนปลาย ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้นได้ รวมถึงอาการผิดปกติบางประการด้วย เช่น เวียนศีรษะ หน้ามืด

โรคแพ้ความเย็น ไม่ควรประคบเย็น เพราะจะทำให้เกิดผื่นแดงอย่างรุนแรง

โรคมะเร็งที่ยังมีการดำเนินของโรคอยู่ หลีกเลี่ยงการประคบร้อน

โรคที่มีผลต่อการรับรู้ความรู้สึกของผู้ป่วย เช่น โรคเบาหวานที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการชา หากประคบเย็นหรือร้อนมากเกินไป หรือนานเกินไป อาจเกิดอันตรายได้

ออกกำลังกายในน้ำ

จากผลการวิจัยของไต้หวัน เผยว่า การออกกำลังกายในน้ำ เป็นการเคลื่อนไหวร่างกายทุกส่วน คล้ายคลึงกับการเต้นแอโรบิก ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวเข่าได้ เพิ่มความยืดหยุ่นให้ข้อต่อบริเวณสะโพก และช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ร่างกายทุกส่วน ในขณะเดียวกัน ผลการวิจัยจากประเทศออสเตรเลียก็มีความเห็นในทำนองเดียวกันว่า วิธีออกกำลังที่เหมาะกับคนเป็นโรคปวดข้อก็คือ การว่ายน้ำ แต่กรณีที่ผู้ป่วยเป็นโรคปวดข้อและอายุมากแล้ว อาจว่ายน้ำไม่ไหว ก็แนะนำให้บริหารกายในน้ำดู เช่น แอโรบิกน้ำ (Aqua Fitness)

แต่ไม่ใช่แค่ผลการวิจัยจากต่างประเทศเท่านั้นที่ยืนยัน หน่วยงานการแพทย์ในประเทศไทยบ้านเราก็แนะนำ เห็นได้จากข้อมูลของศูนย์บริการเทคนิคการแพทย์คลินิก คณะเทคนิคการแพทย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยว่า การออกกำลังกายในน้ำเหมาะกับคนที่มีน้ำหนักตัวมาก ผู้ที่มีปัญหาเรื่องข้อเข่า ข้อเท้า และหลัง รวมถึงผู้สูงอายุด้วย เพราะน้ำจะช่วยรองรับน้ำหนักตัว ลดแรงกดที่ข้อเท้าและข้อเข่าให้น้อยลง ช่วยพยุงไม่ให้ล้มได้ง่ายปลอดภัยกว่าการออกกำลังกายบนบก

ฟังเพลง

ฟังเสียงเพลง

วิธีผ่อนคลายอาการปวดข้อที่มีผลต่ออารมณ์อันแจ่มใสของเราด้วยก็­­­­­คือ การฟังเพลงโปรด ในขณะที่เราฟังเพลงร่างกายจะกระตุ้นสร้างฮอร์โมนความสุขออกมาคล­­­­­ายอาการ ตึงเครียด จึงช่วยบรรเทาอาการปวดได้ จากผลการทดลอง Cleveland Clinic Foundation ในสหรัฐอเมริกา ได้ทำการวิจัยโดยแบ่งอาสาสมัครที่มีปัญหาเรื่องอาการปวดข้อ ปวดคอ และปวดหลังออกเป็น 3 กลุ่ม โดยให้กลุ่มหนึ่งได้ฟังเพลงผ่อนคลาย (Relaxing Song) อีกกลุ่มหนึ่งให้เลือกฟังเพลงที่ชอบ และอีกกลุ่มหนึ่งไม่ให้ฟังเพลงใด ๆ เลย พบว่า อาสาสมัครในสองกลุ่มแรกที่ได้ฟังเพลงนั้น มีอาการของการปวดลดน้อยลง ไม่มีอาการซึมเศร้า และหดหู่ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ฟังเพลงใด ๆ เลย

เมื่อนำผลการวิจัยในอาสาสมัครทั้ง 2 กลุ่มที่ได้ฟังเพลงมาเทียบกันดู พบว่า กลุ่มอาสาสมัครที่ฟังเพลงที่ตัวเองชอบนั้น มีอาการปวด อาการซึมเศร้าและอารมณ์หดหู่น้อยลงกว่ากลุ่มอาสาสมัครที่ฟังแต่­­­­­เพลงบรรเลงอีก ดังนั้น จากผลการวิจัยนี้จึงสามารถสรุปได้ว่า การฟังเพลงที่ตัวเองชอบนั้นสามารถคลายอาการปวดได้ดีที่สุด

สัมผัสแสงอาทิตย์อ่อน ๆ

แสงแดดอ่อน ๆ ในยามเช้าก็ช่วยให้อาการปวดข้อดีขึ้นได้ จากผลการวิจัย เผยว่า การได้รับวิตามินดีในปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละวัน ช่วยป้องกันข้อต่อถูกทำร้ายจากโรคข้อกระดูกอักเสบได้ ซึ่งการออกมาสัมผัสกับแสงแดดยามเช้าช่วงประมาณ 7-8 โมง ประมาณ 10-15 นาที ทำติดต่อกันประมาณ 3 สัปดาห์ ก็ทำให้ร่างกายดูดซึมวิตามินดีเข้ามาอย่างเพียงพอแล้ว นอกเหนือจากการยืนรับแสงแดดในตอนเช้าแล้ว เรายังสามารถเพิ่มวิตามินดีให้ร่างกายได้ด้วยการเน้นกินอาหารใน­­­­­กลุ่มผลิตภัณฑ์นม เช่น ชีส นมวัว เป็นต้น

นวด

เมื่อไรที่มีอาการปวดข้อ ก็ขอให้นึกถึงการนวดเอาไว้ก่อน เพราะการนวดจะช่วยกระตุ้นให้เลือดลมไหลเวียนสะดวกขึ้น คลายอาการตึงของเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ และยังเป็นการคลายผังพืดที่หดเกร็งให้คลายตัวด้วย ดังนั้น ใครที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย แนะนำให้นวดเพื่อผ่อนคลายอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง

กินอาหารเสริมน้ำมันปลา หรือน้ำมันตับปลา

การกินอาหารเสริมน้ำมันปลา (Fish oil) และน้ำมันตับปลา (Cod Liver oil) ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อได้ จากผลการวิจัยในประเทศอังกฤษพบว่า ผู้ป่วยโรคข้ออักเสบร้อยละ 86 ที่กินน้ำมันตับปลาเป็นประจำนั้น ร่างกายจะเกิดการสร้างผังพืดทำลายกระดูกอ่อนน้อยลงกว่าคนที่ใช้­­­­­วิธี กินยาแก้ปวดเป็นประจำ เพราะอาหารเสริมน้ำมันปลา หรือน้ำมันตับปลานั้นมีไขมัน EPA และ DHA ที่มีคุณสมบัติช่วยลดการปวดข้อและข้ออักเสบรูมาตอยด์ อีกทั้งยังบรรจุอยู่ในแคปซูลที่มีปริมาณที่เหมาะสมคือ ประมาณ 300-500 มิลลิกรัม

โรคข้ออักเสบเป็นโรคใกล้ตัวเราไม่ใช่น้อยนะคะ ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับกิจวัตรประจำวันของเราด้วยว่าได้ยืดเส้น­­­­­ยืด สายร่างกายมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะการเดินขึ้น-ลงบันไดสูง ๆ การนั่งยอง ๆ การนั่งงอเข่าเป็นเวลานาน ๆ หรือแม้แต่การที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานด้วย พฤติกรรมเหล่านี้จะบั่นทอนสุขภาพข้อต่อของเราไปทีละน้อยโดยไม่ร­­­­­ู้ตัวเลย หรือถ้าใครที่มีปัญหาเรื่องปวดข้ออยู่ก็ลองหยิบยืมวิธีบรรเทาปว­­­­­ดที่เหมาะสมกับตัวเองไปปรับใช้กันดูนะคะปวดข้อเท้า.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *