ปวดคอ ปวดบริเวณสะบัก ก้านคอ มีอาการคล้ายคอเคล็ดบ่อยๆ

ปวดคอ ปวดบริเวณสะบัก ก้านคอ มีอาการคล้ายคอเคล็ดบ่อยๆ ปวดศรีษะไม่หาย อาการปวดคล้ายปวดไมเกรน ปวดศรีษะมากเวลามีความเครียด บางครั้งมีอาการปวดร้าวลงที่ข้อศอก ต้นแขน หรือหัวไหล่ ปวดแบบรำคาญใจ ปวดคอ  ทำให้ทำงานได้ไม่เต็มที่ ไปนวดอาการก็ทุเลาดีขึ้น 2-3 สัปดาห์ก็กลับมามีอาการปวดเหมือนเดิม อาการเตือนเหล่านี้ถ้าเป็นน้อยๆ ทานยาต้านอาการอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อระยะสั้นๆ ก็จะทุเลาลง ปวดคอ.

ปวดคอ

ปวดคอ ถ้าหากมีอาการเป็นมากปล่อยไว้นานวัน ก็จะก่อให้เกิดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อคอสะบักโดยรอบแบบเรื้อรัง เป็นพังผืดของเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทำการตรวจและเอกซเรย์กระดูกสันหลังระดับคอ เพื่อพิสูจน์ว่าเกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังคอเสื่อมสภาพ หรือหมอนรองกระดูกคอเคลื่อนเบียดทับเส้นประสาท การตรวจสามารถทำได้ไม่ยากลำบากและไม่มีการเจ็บปวดแต่อย่างไร โดยการตรวจด้วยการเอกซเรย์แม่เหล็กหรือเอ็มอาร์ไอ (MRI) ของกระดูกใช้เวลาการตรวจประมาณไม่เกิน 1 ชั่วโมง จะสามารถบอกได้ว่าอาการปวดศรีษะ ปวดคอ ปวดสะบักที่เป็นอยู่มาจากสาเหตุใด

กระดูกคอเสื่อม

การป้องกันอาการปวดคอ สามารถทำได้ดังนี้
1. ฝึกจัดท่าของร่างกายให้ศรีษะ คอ คาง ไหล่ ตรงอยู่เสมอ หรือการนั่งอย่าให้เกิดหลังค่อม ต้องพยายามยืดตัวให้ตรงเสมอ ตามองในระดับสายตา เพื่อให้เกิดการสมดุลย์ของกล้ามเนื้อทั้ง 2 ข้าง
2. ไม่เอียงคอ หันคอ หรือสะบัดคอแรงๆ แก้อาการปวดเมื่อย
3. หลีกเลี่ยงการยกของหนัก โดยต้องเกร็งคอหรือไหล่ไว้ตลอดเวลา
4. หลีกเลี่ยงการนั่งทำงาน ขับรถ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาติดต่อกันนานกว่า 1 ชั่วโมง เพราะจะทำให้เกิดการล้าของกล้ามเนื้อรอบคอได้ ควรพยายามเปลี่ยนอิริยาบถ ท่าทางเสมอๆ
5. หลีกเลี่ยงการหนุนหมอนแข็งเกินไป นุ่มเกินไป หรือสูงเกินไป ความสูงของหมอนควรอยู่ระดับไหล่เมื่อนอนตะแคง และมีความกว้างที่พอดีเพื่อป้องกันการนอนตกหมอน
6. บริหารกล้ามเนื้อคออย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น หรือทุกครั้งที่มีอาการ

หากปฏิบัติตามข้างต้นอาการยังไม่ทุเลา ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคกระดูกและกล้ามเนื้อ

กระดูกคอเคลื่อนปวดคอ

การรักษา สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1. การรักษาแบบอนุรักษ์หรือไม่ต้องผ่าตัด
1.1 การทำกายภาพบำบัดที่สถานพยาบาลหรือทำเองที่บ้าน
1.2 การใช้อุปกรณ์พยุงคอชั่วคราวประมาณ 1-2 สัปดาห์
1.3 การปรับเปลี่ยนอิริยาบถ ท่าทาง นั่งให้ตรงอย่าให้หลังค่อม อย่านั่งทำงานหรือขับรถนานติดต่อกันเป็นระยะเวลาเกินกว่า 1 ชั่วโมง
1.4 การรักษาโดยการใช้ยา ได้แก่ การทานยาต้านการอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาบรรเทาอาการปวด รักษาอาการเส้นประสาทอักเสบ จากการกดทับของหมอนรองกระดูก เป็นต้น
1.5 การฉีดยาระงับอาการอักเสบที่บริเวณหมอนรองกระดูกที่เบียดทับเส้นประสาทโดยใช้ยาต้านการอักเสบแบบเสตียรอยด์ ได้แก่ การฉีดแบบ ESI หรือแบบ SNRB โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยหลักการคือให้ยาที่มีฤทธิ์ลดอาการอักเสบ เข้าไปยังบริเวณช่องเหนือไขสันหลัง และบริเวณเส้นประสาทสันหลังจะช่วยลดการบวมของเส้นประสาทที่ถูกกดทับในโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อน ช่องกระดูกสันหลังตีบจากกระดูกงอก

2. การรักษาแบบผ่าตัด โดยจุดมุ่งหมายแก้ปัญหาอาการกดทับเส้นประสาทอันเกิดจากหมอนรองกระดูกเคลื่อนมาเบียดหรือชั้นกระดูกงอกเกิดขึ้นมากดทับปวดคอ.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *