ลดสะโพก เชื่อว่าปัญหาสะโพกใหญ่คงเป็นเรื่องที่จุกจิกกวนใจสาว ๆ หลายคน

ลดสะโพก เชื่อว่าปัญหาสะโพกใหญ่คงเป็นเรื่องที่จุกจิกกวนใจสาว ๆ หลายคน เพราะสะโพกที่โตจนแน่น อวบอิ่มมากจนเกินไปจนไม่สมส่วน ทำให้สาว ๆ ต้องสรรหาวิธีลดสะโพกต่าง ๆ มาปรับใช้กับตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การกินยาลดความอ้วน สลายไขมัน หรือบางรายถึงขั้นเข้าคลินิกดูดไขมันออก ซึ่งจริง ๆ แล้ววิธีการที่ดีที่สุดมันควรจะเป็นไปแบบธรรมชาติ แม้จะเห็นผลช้า แต่ก็มีความปลอดภัยและทำให้สุขภาพแข็งแรงอีกด้วย สำหรับผู้หญิงสะโพกใหญ่ มาดูกันดีกว่าว่าเราสามารถลดสะโพกด้วยวิธีไหนได้บ้าง? ลดสะโพก.

%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%9e%e0%b8%81

ลดสะโพก วิธีลดสะโพก
ควบคุมอาหาร ถ้าทำได้ข้อนี้ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วครับ เน้นงดแป้งและน้ำตาล น้ำอัดลม น้ำผลไม้สำเร็จรูป ขนมหวานทานที่จุกจิกระหว่างมื้อ อันนี้ห้ามครับ แล้วหันมารับประทานอาหารที่มีประโยชน์เช่นผักหรือผลไม้ เป็นต้น
หมั่นออกกำลังเป็นประจำ โดยให้เน้นไปทางคาร์ดิโอหรือการออกกำลังกายแบบแอโรบิก เน้นบริหารช่วงล่างเป็นหลัก และต้องออกกำลังกายติดต่อกันประมาณ 40-60 นาที ออกวันเว้นวันหรือออกทุกวันได้ยิ่งดีครับ ส่วนการออกกำลังกายแบบไหนช่วยลดสะโพกได้ ดูในหัวข้อถัดไปได้เลยครับ
บริหารร่างกายส่วนล่างด้วยท่าลดสะโพก นอกเหนือจากเวลาออกกำลังกายหรือเวลาที่คุณว่าง คุณควรหมั่นบริหารร่างกายส่วนล่างควบคู่ไปด้วยลดสะโพก
โยคะลดสะโพก เป็นการเน้นท่าที่ช่วยบริหารช่วงล่างเป็นหลัก ท่าไหนช่วยลดสะโพกได้ ไว้จะกล่าวถึงในหัวข้อสุดท้ายครับ
การนวดสะโพกสลายเซลลูไลท์ จะใช้น้ำมัน เจลนวด ครีมนวด หรือครีมลดไขมันเฉพาะส่วนอะไรก็ได้ โดยให้นำมาลูบไล้ให้ทั่วบริเวณสะโพก แล้วนวดคลึงแบบหมุนวนไปเรื่อย ๆ ประมาณ 20-30 นาที ให้ทำทุกวันหลังอาบน้ำและก่อนออกกำลังกาย จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต รวมทั้งขจัดสลายเซลลูไลท์และไขมันที่สะสมอยู่ใต้ผิวหนัง ทำให้สะโพกกระชับและดูเล็กลงได้ (ถ้าทำ ๆ หยุด ๆ จะไม่เห็นผล)
ลุกเดินบ่อย ๆ ถ้าไม่อยากให้สะโพกใหญ่ คุณควรหาโอกาสลุกเดินให้บ่อยเท่าที่จะทำได้ เพราะการนั่งแช่อยู่กับที่เป็นเวลานาน ๆ จะส่งผลให้เนื้อเยื่อตรงส่วนนั้นขยายใหญ่ขึ้นและไม่กระชับ ทำให้สะโพกดูใหญ่ขึ้น
เลือกเสื้อผ้าที่จะสวมใส่สักนิด เบสิกขั้นแรกสำหรับสาวสะโพกใหญ่และต้นขาใหญ่ คือ การสวมใส่กางเกง กระโปรง หรือเดรสสีเข้ม เช่น สีดำ น้ำเงิน น้ำตาล เพื่อช่วยพรางท่อนล่าง ส่วนท่อนบนให้ใส่เสื้อสีสว่าง ๆ เสื้อที่มีดีเทลเยอะ ๆ เพื่อช่วยดึงความสนใจ รวมไปถึงผ้าพันคอและเครื่องประดับต่าง ๆ ที่มีสีสันสดใสแวววาว เลือกใส่เสื้อยาวคลุมสะโพก ใส่กระโปรงหรือกางเกงเอวสูงเพื่อช่วยพรางสะโพกให้ดูเล็กลงและมีเอวมากขึ้น และสวมใส่รองเท้าส้นสูงเพราะจะทำให้รูปร่างดูเพรียว ส่วนสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือกางเกงหรือกระโปรงที่มีเทลเยอะ ๆ กางเกงที่เป็นลายขวาง เข็มขัดเส้นใหญ่ ๆ กระโปรงทรงสอบหรือทรงดินสอ เพราะจะทำให้สะโพกดูผายมากขึ้น ส่วนการใส่กางเกงหลวม ๆ ตัวใหญ่ ๆ ก็ไม่ควรเช่นกัน แนะนำให้ใส่กางเกงเข้ารูปจะดีกว่า (ภาพจาก : www.dek-d.com by NUGIRL)
สาวสะโพกใหญ่กระโปรงสําหรับคนสะโพกใหญ่
RF (Radio Frequency) การนวดกระชับสัดส่วน ช่วยขจัดไขมันส่วนเกิน เป็นวิธีการปล่อยคลื่นไฟฟ้าแบบอ่อน ๆ ในรูปของคลื่นวิทยุผ่านทะลุผิวชั้นบนเพื่อไปเพิ่มอุณหภูมิของผิวหนังในชั้นลึกและประสานไปกับการนวด ทำให้เกิดการไหลเวียนกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนรูปของพลังงานจากภายใน จึงช่วยขจัดเซลลูไลท์และไขมันที่สะสมอยู่ตามสะโพกได้ และยังช่วยในการกระชับสัดส่วนได้ดีอีกด้วย โดย RF จะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและการหดตัวของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อชั้นบาง ๆ ที่อยู่ในผิวหนัง ทำให้ผิวหนังกระชับขึ้น มีความปลอดภัยสูง แต่อาจจะต้องทำหลายครั้งกว่าจะเห็นผลที่ชัดเจน
RF ลดสะโพก
ฉีดคาร์บ็อกซี่ (Carboxy Therapy) เป็นวิธีขจัดเซลลูไลท์หรือลดไขมันเฉพาะส่วนที่ไม่ต้องการได้ อย่างเช่นบริเวณหน้าท้อง ท้องแขน บริเวณน่องที่โต ก้น หรือแม้กระทั่งบริเวณสะโพกที่ใหญ่เกินไป โดยใช้เทคนิคการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะเข้าไปกระตุ้นให้หลอดเลือดขยาย นำออกซิเจนเข้าสู่ชั้นไขมันและเกิดปฏิกิริยาเร่งสลายไขมันให้กลายเป็นอุณหภูมิความร้อน ตอนเดินก๊าซจะรู้สึกเจ็บแสบยุบยิบ ถ้าไม่อึด ถึก และทนจริง ๆ ไม่แนะนำให้ทำจ้า และสำหรับผู้ที่มีปัญหาระบบไหลเวียนเลือดผิดปกติ ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเลือด โรคเบาหวาน ผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ รวมถึงสตรีมีครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการฉีดคาร์บ็อกซี่
ฉีดคาร์บ็อกซี่ลดสะโพก
ฉีดลดสะโพก (Lipodissolve) เป็นการฉีดลดไขมันเฉพาะส่วน ตัวยาที่มีสรรพคุณช่วยสลายไขมันเข้าไปที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังโดยตรง เหมาะสำหรับไขมันส่วนเกินที่ไม่สามารถหายไปได้ โดยยาที่ใช้จะเป็นกลุ่มยาหลาย ๆ ตัวผสมกันแล้วฉีด เช่น Phosphatidylcholine, L-carnitine, Deoxycholate, Dexpanthenol (B5), Amino acids, Minerals ฯลฯ ซึ่งตัวยาจะเข้าไปทำให้ผนังไขมันเกิดการแตกตัว ไขมันที่จับตัวกันเป็นก้อนจะสลายออกเป็นไขมันเหลว แล้วรอร่างกายดูดซึมกลับไปเอง โดยวิธีนี้อาจจะต้องฉีดต่อเนื่องอยู่เรื่อย ๆ เพราะการฉีดครั้งหนึ่งจะละลายไขมันได้แค่เพียงบางส่วนเท่านั้น จึงทำให้หลายคนทำแล้วไม่ได้ผล
ดูดไขมัน (Liposuction) เป็นการผ่าตัดแบบเก่า ซึ่งในปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมแล้ว (แต่จะเปลี่ยนมาใช้ Vaser แทน) เป็นเทคนิคการดูดเอาเซลล์ไขมันออกตามท่อ ถ้าแพทย์ไม่ชำนาญอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ และต้องใช้เวลาพักฟื้นอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะจะทำให้มีรอยฟกช้ำบวมหลังการผ่าตัด สำหรับบางรายอาจพบอาการผิวหนังเป็นคลื่นไม่เรียบ เพราะผิวที่เคยมีไขมันพยุงไว้กลายเป็นโพรงจากการถูกดูดไขมันออกไป ทำให้ผิวหย่อนยานและเป็นคลื่น
ดูดไขมันสะโพก
Vaser (Vaser liposelection) ไม่ใช่การผ่าตัดเหมือน Liposuction แต่จะเป็นการใช้เข็มที่มีขนาดเล็กเป็นตัวนำพลังงานคลื่นเสียง (Ultrasound) ลงไปช่วยสลายไขมันใต้ผิวหนัง เซลล์ไขมันที่เป็นก้อนจะถูกสลายกลายเป็นของเหลว ทำให้ดูดออกมาได้โดยง่าย ส่วนไขมันที่เหลือจะถูกขับออกโดยการขับออกเองตามธรรมชาติ เห็นผลได้ทันทีหลังทำเสร็จ ผลข้างเคียงน้อย ราคาทำต่อครั้งค่อนข้างสูง ตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน ถ้าทำไปแล้วแต่ไม่ควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายก็กลับมาเป็นอีก (ภาพจาก : pantip.com by Mrs. Solis)
Vaser ลดสะโพก
การออกกำลังกายลดสะโพก
วิ่ง ให้วิ่งอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน จะวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าก็ได้
ว่ายน้ำ เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยลดได้ทุกสัดส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะสะโพกและต้นขา โดยให้ว่ายน้ำอย่างน้อย 30 นาที
ปั่นจักรยานเร็ว เป็นระยะเวลา 30 นาที
เครื่องเล่นที่เหยียบขึ้นลง ให้เล่น 30 นาที
ปั่นจักรยานอากาศ ให้ทำก่อนนอนอย่างน้อยวันละ 100 ครั้ง
การเล่นกีฬาที่ต้องโยกย้ายไปมา เช่น กีฬาเทนนิส ตีสควอทช์ หรือการเล่นแบดมินตัน ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นกีฬาที่ทำให้คุณต้องเคลื่อนย้ายลำตัวไปมา ทำให้มีโอกาสได้กระชับกล้ามเนื้อส่วนก้นยาวไปถึงขาได้อย่างสบาย ๆ ลดสะโพก.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *